เราหลงใหลเรื่องที่ดิน และโครงการอสังหาริมทรัพย์
ปี 2538 เราตั้ง FPM ขึ้นมาโดยโฟกัสงานไปที่การเป็นที่ปรึกษาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ตอนนั้นงานของเราคือ การเขียนแผนธุรกิจเพื่อกู้เงินให้ลูกค้าเอามาทำโครงการ เราหาแหลงเงินทุนจากแหล่งอื่นด้วย นอกจากแหล่งเงินจากธนาคาร หากลูกค้าไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่ธนาคารจะปล่อยเงินกู้ให้ได้
การเปิดตัวของเราไม่ประสบความสำเร็จ เพราะในยุคนั้น บริษัทที่ปรึกษาไม่ค่อยมีความจำเป็นซักเท่าไร ธนาคารเองรวมถึงบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์มีหน่วยงานในการวิเคราะห์โครงการอสังหาริมทรัพย์ให้ลูกค้า เรียกว่า ส่วนงานวิเคราะห์สินเชื่อโครงการ ประกอบกับเรายังเป็นบริษัทใหม่ ไม่มีชื่อเสียง ไม่มีคนดังที่ประสบความสำเร็จมาเป็นแบ็คอัพให้ เราจึงถูกมองข้ามในความสามารถ
ด้วยความรักที่เรามีต่อโครงการอสังหาริมทรัพย์ เพราะเรามั่นใจว่า องค์ความรู้และประสบการณ์ในการวิเคราะห์และปล่อยสินเชื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์มามากมายในสถาบันการเงิน เรามีมากพอที่เราจะเป็นที่ปรึกษาให้ลูกค้าได้ เราจึงคิดสร้างตำราสอนการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขึ้นมา
หนังสือที่มีชื่อว่า คู่มือประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้เกิดขึ้นในปี 2539 ด้วยยอดขาย 5,000 เล่ม ภายในเวลา 8 เดือน หลังการตั้ง FPM ได้ไม่นาน หนังสือถูกขายตรงไปที่สถาบันการเงินทุกแห่ง บริษัทอสังหาริมทรัพย์ทุกแห่ง บริษัทรับเหมาก่อสร้างทุกแห่ง บริษัทออกแบบผังและโครงการทุกแห่ง ทำให้เราได้รับการยอมรับขึ้นมา และจากวันนั้น เราก็มีลูกค้าโครงการอสังหาริมทรัพย์ติดต่อเข้ามาขอให้เราเป็นที่ปรึกษาให้
เราจึงกล้าพูดได้เต็มปากว่า เราเป็นบริษัทแรกของประเทศไทยในเวลานั้น ที่เขียนตำราสอนคนทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขึ้นมา นอกจากนี้เรายังเปิดสอนวิเคราะห์โครงการลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างสั้นๆ 2 วัน และได้พัฒนาหลักสูตรต่อมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นหลักสูตร CRE ที่ทำการเรียนการสอนอยู่ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งแต่ปี 2552 จนถึง 2560 รวม 43 รุ่น มีคนเรียนไปแล้วกว่า 3,000 คน จวบจนถึงวันนี้เวลาผ่านมา 25 ปี (2538 - 2563) เรายังดำเนินธุรกิจให้คำปรึกษาอยู่ และยังได้ดำเนินการโครงการอสังหาริมทรัพย์ของตัวเองด้วย อีกทั้งลงทุนในที่ดินเพื่อหวังส่วนต่างของราคาตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปัจจุบัน
เราเชื่อว่า คนที่หลงใหลอะไร จะรู้จริงกับสิ่งนั้น รู้ถึงขนาดรู้ความลับของสิ่งนั้น เราจึงมั่นใจว่า หลักสูตร CRE-FPM ของเราสามารถเข้าถึงคนเรียน และคนเรียนเอื้อมจับเนื้อหาภาควิชาการและภาคปฏิบัติของเราได้จริง
ชาย กิตติคุณาภรณ์