บังคับให้ต้องทำงานกลุ่ม จึงรู้จริง ปฏิบัติได้จริง
โพสต์เมื่อ : 15 เม.ย 2563 เวลา 7:14 น.
หลักสูตร CRE-FPM กำหนดให้คนเรียนต้องเข้ากลุ่มร่วมกันจัดทำรายงานกลุ่ม โดยกลุ่มหนึ่งจะมีสมาชิกประมาณ 5 - 7 คน ร่วมกันเสนอที่ดินจริงขึ้นมา 1 แปลง อาจเป็นที่ดินของสมาชิกในกลุ่มที่ต้องการจะนำมาพัฒนาโครงการจริงๆ นำมาวิเคราะห์ว่า ที่ดินที่เลือกขึ้นมานั้น วิเคราะห์ตามกฎหมายที่ดินแล้ว สามารถนำมาทำโครงการอะไรได้บ้าง ? (โซนที่ดินสีอะไร ทำโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทใดได้บ้าง)
หลังจากนั้นกลุ่มจะต้องร่วมกันออกแบบผังโครงการขึ้นมา ตามต่อด้วยการออกแบบอาคาร และสิ่งปลูกสร้างบนผังโครงการที่ออกแบบมาก่อนหน้าแล้ว
การออกแบบผังโครงการ และอาคาร กลุ่มจะต้องสรุปสาระสำคัญของข้อกฎหมายที่นำไปสู่การออกแบบข้างต้น ว่ากลุ่มออกแบบผังโครงการและอาคารมาได้อย่างถูกต้อง ไม่ขัดต่อข้อกฎหมาย




เมื่อออกแบบแล้วเสร็จ กลุ่มจะต้องกำหนดราคาขาย และถอดราคาต้นทุนจากผังโครงการและแบบอาคารออกมา นำข้อมูลรายรับและรายจ่ายที่จะเกิดขึ้นจากการทำโครงการ มาจัดทำ Cash Flow เพื่อตอบคำถามว่า โครงการควรลงทุนหรือไม่ โดยสามารถจะตอบคำถามครอบคลุมเรื่องเงินทุน เงินกู้ จุดคุ้มทุนของการคืนหนี้ ระยะเวลาโครงการ และเงินเหลือเมื่อจบโครงการ ว่าก่อความรู้สึกแก่กลุ่มมากขนาดไหน และความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้ขัดแย้งกับผลการวิเคราะห์ทางทฤษฎี ? ถ้าเป็นไปในทิศทางเดียวกัน หมายถึงการตัดสินใจลงทุนทำโครงการจะมีโอกาสผิดพลาดน้อย
เมื่อกลุ่มตัดสินใจลงทุนจาก Cash Flow ได้แล้ว กลุ่มยังต้องเสนอการคำนวณราคาหุ้นของโครงการ ว่าถ้าระหว่างดำเนินการโครงการ หากจะขายโครงการออกไป ไม่ว่าจะเป็นการขายทั้งหมด หรือขายหุ้นออกไปบางส่วน จะต้องขายในราคาเท่าไร เพื่อให้กลุ่มรู้จักการวางแผนการ EXIT เงินลงทุนของตนเองออก ในขณะที่โครงการยังดำเนินการไม่สำเร็จ ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เช่น เกิดโรคร้ายขึ้นกับตัวเอง ทำให้ไม่สามารถทำโครงการต่อได้จบ เงินทุนทำโครงการมีไม่พอต้องหาผู้ร่วมทุน ฯลฯ
รายงานกลุ่มจะพาให้วิชาที่เรียนใน CRE-FPM ถูกตกผลึกได้ด้วยการลงมือทำโครงการอสังหาริมทรัพย์จำลองขึ้นมาจริงๆ
นี่คือเหตุผลที่ว่า เรียนหลักสูตร CRE-FPM แล้วทำโครงการอสังหาริมทรัพย์เป็นแน่นอน แต่จะกล้าลงไปทำจริงๆ ? เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องอาศัยหัวจิตหัวใจที่กระหายความสำเร็จ
เมื่อกลุ่มตัดสินใจลงทุนจาก Cash Flow ได้แล้ว กลุ่มยังต้องเสนอการคำนวณราคาหุ้นของโครงการ ว่าถ้าระหว่างดำเนินการโครงการ หากจะขายโครงการออกไป ไม่ว่าจะเป็นการขายทั้งหมด หรือขายหุ้นออกไปบางส่วน จะต้องขายในราคาเท่าไร เพื่อให้กลุ่มรู้จักการวางแผนการ EXIT เงินลงทุนของตนเองออก ในขณะที่โครงการยังดำเนินการไม่สำเร็จ ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เช่น เกิดโรคร้ายขึ้นกับตัวเอง ทำให้ไม่สามารถทำโครงการต่อได้จบ เงินทุนทำโครงการมีไม่พอต้องหาผู้ร่วมทุน ฯลฯ
รายงานกลุ่มจะพาให้วิชาที่เรียนใน CRE-FPM ถูกตกผลึกได้ด้วยการลงมือทำโครงการอสังหาริมทรัพย์จำลองขึ้นมาจริงๆ
นี่คือเหตุผลที่ว่า เรียนหลักสูตร CRE-FPM แล้วทำโครงการอสังหาริมทรัพย์เป็นแน่นอน แต่จะกล้าลงไปทำจริงๆ ? เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องอาศัยหัวจิตหัวใจที่กระหายความสำเร็จ
ชาย กิตติคุณาภรณ์